CoronaThailand.com
กันยายน 17, 2014, 06:30:13 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 4   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เอาข้อมูลขั้นตอนการทำ-เปลี่ยนสีรถมาฝากจ้า ( อัฟรูปให้แล้วนะครับ )  (อ่าน 77705 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
E20ZEI
เขาเรียกข้าว่า... คนขายเต็ก !
CoRoNa CLUB MemBeR
พ้นรันอิน
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 441


ล่อเป้า....เต็มๆ !!.....


เว็บไซต์
เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2009, 12:00:13 am �

ตามหลักจริงๆ ของการทำสีรถนั้นจำเป็นต้องถอดอุปกรณ์ต่างๆที่ติดอยู่ออกมาก่อนนะครับ
เพราะในบางตำแหน่งถ้าไม่ถอดเวลาพ่น มันจะไม่สามารถพ่นเข้าไปในบางจุดของชิ้นงานได้น่ะครับ
เช่นตามยางขอบกระจกหน้า-หลัง หรือยางต่างๆที่ติดตามขอบประตูและตัวถังเป็นต้น
เพราะถ้าไม่ถอดเวลาพ่นสีมักจะติดตามยางต่างๆที่ไม่ได้ถอดออกไปด้วยหรือ
เวลาเปิดยางพวกนี้ออกมาดูมักจะเห็นร่องรอยของการตัดกันล่ะหว่างสีเก่าจะสีใหม่น่ะครับ
แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างเจ้าของรถกับอู่ด้วยนะครับว่าทำการตกลงกันอย่างไร
ส่วนใหญ่ถ้ายางที่ประตู กับตัวถังผมว่าไม่น่าจะมีปัญหาเท่าไหร่ถ้าบอกให้อู่ถอดก่อนที่จะพ่นนะครับ
ส่วนกระจกบังลมหน้า-หลัง ยังไงต้องมีค่าใช้จ่ายในการถอดใส่ประมาณ 1000-1500 แน่นอนครับ
ทั้งนี้ยังไม่รวมค่ายางขอบกระจกนะครับ ถ้ามันหมดสภาพแล้วก็จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนอีกประมาณ 400 บาทต่อเส้น
แต่ถ้ายังดีอยู่ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนนะครับ

ส่วนเรื่องที่กลัวกันว่าถ้าถอดกระจกแล้วใส่กลับแล้วน้ำ มันรั่วเข้ารถรึปล่าว ??
ผมว่าไม่รั่วแน่นอนครับเพราะเป็นการถอดเพื่อทำสีเท่านั้นเองครับ
ในกรณีที่ใส่แล้วรั่วส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการซ่อมหรือดัดแปลงชิ้นส่วนที่เป็นตัวถังของรถนะครับ
เช่นการ เปลี่ยนหรือเคาะหลังคา เสาหน้า แผงคอจิ้งหรีด ที่ไม่เข้ารูป ของรถที่เกิดอุบัติเหตุมาเป็นต้น
อันนี้ถ้าทำไม่ดีใส่กระจกไป ไม่น้ำเข้า ก็จู่ๆเวลารถวิ่งแล้ว กระจกแตกเองโดยไม่มีสาเหตุนะครับ

ส่วนเรื่องราคาการทำสีทั้งคัน มันมี ข้อมูลปรีกย่อย ค่อนข้างจะเยอะนะครับ
ตัวอย่างคร่าวๆเช่น
จะทำสีส่วนไหนของรถ (ภายนอก , ภายนอก+ใน , ภายนอก+ใน+ห้องเครื่อง) เป็นต้น
จะทำสีแบบวิธีไหน (เป็นสาดสีเฉยๆ , ทำสีโดยมีการเคาะเก็บรอยปะผุ , ทำสีโดยมีการลอกสีเก่าพร้อมเคาะเก็บรอยปะผุ ) เป็นต้น
กันสนิม สีรองพื้นเกาะเหล็ก สีโป๊ว รองพื้น สีจริง เคลียร์ ที่ใช้จะเลือกแบบไหน ( เป็นสีแห้งเร็ว , สีกึ่งแห้งช้า , สีแห้งช้า)
ว่าใช้ยี่ห้อไหนเป็นต้น ราคาก็จะแต่กต่างกันไปตามยี้ห้อที่เลือกใช้น่ะครับ

ส่วนถ้าคิดจะทำแบบ เต็มระบบ ( ทำทั้งภายนอก+ใน+ห้องเครื่อง , ทำสีโดยมีการลอกสีเก่าพร้อมเคาะเก็บรอยปะผุ )
จะต้องจ่ายค่า รื้ออุปกรณ์ ต่างๆภายในรถ อีกประมาณ ไม่ต่ำกว่า 5,000 ด้วยนะครับ
ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นพื้นฐานเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการทำสีทั้งหมด
อันนี้ก็คงต้องเลือกเอานะครับว่าอยากทำสีที่มีคุณภาพและขนาดราคาประมาณไหนครับ


ด้านล่างนี้เป็นรูปขั้นตอนการทำสีแห้งช้าแบบเต็มระบบของ DUPONT มาให้ชมอย่างคร่าวๆนะครับ














จากนั้นก็ทำการพ่นสีพื้น



















พอเสร็จถึงขั้นตอนนี้ ก็ได้แต่ ประกอบๆและประกอบ(น็อตใส่ไปขาดมั่ง เกินมั่งเลยโยนทิ้งบ้างก็ว่ากันไป)
ประกอบจนเสร็จและสุดท้ายต่อด้วยการขัดสีเคลือบเงารถจนได้กลายเป็นรถตามด้านล่างนี้แหละครับ......... !!

(รวมระยะเวลาทำทั้งหมดประมาณ เดือน กว่าๆ เลยล่ะครับ)

 Grin Grin Grin Grin Grin Grin





แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 13, 2010, 01:21:05 pm โดย E20ZEI บันทึกการเข้า

PaeKunG@CoRoNa_SF
!!!! TaKe IT EsAy !!!!
CoRoNa Thailand Member
มือปั่นขยันโพส
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,762


แค่เงาและผงธุลี


ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2009, 12:16:04 am �

ขอบคุณครับบบบบ ความรู้ดีดี Wink Wink Wink Wink

มีคำถามมาถามครับ

การสาดสีภายนอกอย่างเดียวมีข้อดีข้อเสียยังไงอะครับ

การทำสีแค่สาดสีควรจะลอกสีเก่าออกหรือเปล่าครับ  บางอู่บอกลอกดีกว่าบางอู่บอกไม่ลอกก้อได้
บันทึกการเข้า

E20ZEI
เขาเรียกข้าว่า... คนขายเต็ก !
CoRoNa CLUB MemBeR
พ้นรันอิน
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 441


ล่อเป้า....เต็มๆ !!.....


เว็บไซต์
ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2009, 02:43:45 am �

ขอบคุณครับบบบบ ความรู้ดีดี Wink Wink Wink Wink

มีคำถามมาถามครับ

การสาดสีภายนอกอย่างเดียวมีข้อดีข้อเสียยังไงอะครับ (ข้อดี ได้สีใหม่ รวดเร็ว ประหยัดตังค์ ข้อเสีย รอยบุบ ลักยิ้ม ครบเหมือนเดิม และมีโอกาสร่อนหรือลอกได้มาก
 ถ้าไม่มีการตรวจสอบสภาพของสีเก่า ก่อนที่จะสาดสีใหม่ลงไป)


การทำสีแค่สาดสีควรจะลอกสีเก่าออกหรือเปล่าครับ  บางอู่บอกลอกดีกว่าบางอู่บอกไม่ลอกก้อได้ ( ตามตัวดำด้านล่างเลยครับ )

การสาดสีจริงๆ ขันตอนของมันเป็นเพียงแค่ การขัดเคลียร์(เล็คเกอร์) ของเก่าออกให้หมดก่อน
(ขัดจนสีด้าน ขัดจนเข้าไปถึงเนื้อสีจริงของเก่าเลยน่ะครับ ถ้าขัดเคลียร์ออกไม่หมดสีใหม่ที่ทำไปอาจร่อนและลอกได้อ่ะครับ)
แล้วทำการพ่นสีพื้น,สีจริงและเคลียร์ทับตามลำดับ โดยไม่มีการโป๊วเก็บรอยต่างๆของรถเลยน่ะครับ
ส่วนที่จะให้ทำการโป๊วหรือเคาะเก็บรอยด้วยจะเป็นงานเพิ่มเติมที่พ่วงเข้ามาในการสาดสีอีกที่นะครับ

การลอกสีจริงๆ จะทำใน กรณีที่

1.  สีที่ชิ้นงานมีการมีการทำมาก่อนหน้านี้แล้ว เป็นสีที่ไม่ได้คุณภาพหรือหมดสภาพแล้ว ตัวอย่างเช่น
     มีการทำสีมาครั้งนึง แล้วมีการโป๊วที่หนามากและใช้โป๊วเป็นโป๊วแดง(1K,โป๊วแห้งเร็ว) การใช้โป๊วลักษณะนี้
     จะทำให้มีโอกาสแตกหรือร่อนของสีได้ง่ายกว่าปกติมากเมื่อเทียบกับ การใช้สีโป๊วแบบแห้งช้า(โป๊วแบบ2K)

คุณสมบัติและความแตกต่างของสีโป๊ว  1K,2Kและกึ่งแห้งช้า

- สีโป๊วแดง(1K,โป๊วแบบแห้งเร็ว) จะมีคุณสมบัติ แข็งและเปราะแตกหักได้ง่าย การยึดเกาะผิวงานไม่ดีเท่าที่ควรจึงเกิดการร่อนของโป๊วได้ง่าย
ค่าตัวถูกมากกว่าชนิดอื่น ลักษณะที่เห็นทั่วไปจะเห็นเป็นสีค่อนข้างแดง นะครับ (เหอะๆ...ตามรูปด้านบนเลยครับ BENZ โป๊วแดง...)


- สีโป๊วแบบแห้งช้า(2K) จะมีคุณสมบัติ ไม่แข็งจนเกินไปพอแห้งจะมีการยืดหยุ่นของสีโป๊วทำให้ไม่แตกหรือหักได้ง่ายจนเกินไป
จึงทำให้มีการยึดเกาะกับผิวชิ้นงานได้ดีกว่าโป๊วแบบ1K แต่ราคาของโป๊วชนิดนี้จะค่อนข้างจะสูงกว่าโป๊วแบบ 1K หลายเท่าตัวเลยทีเดียว
ลักษณะของโป๊วชนิดนี้ สวนใหญ่ จะมีสี อ่อนๆ(อ่อนมากๆ) เป็นหลัก ที่พบส่วนใหญ่ จะเป็น สีเหลืองอ่อนๆ กับสี เหมือนเปลือกไข่อ่อนๆ เป็นต้น


- สีโป๊วแบบกึ่งแห้งช้า(ประมาณว่า 1.5K) โป๊วแบบนี้คุณสมบัติมันจะครึ่งๆกลางๆระหว่างแห้งช้ากะแห้งเร็วนะครับ
และจะมี ค่าตัวถูกกว่า สีแห้งช้า โดยที่คุณภาพ จะดีกว่าแบบแห้งเร็วนิดหน่อยน่ะครับ โดยสีที่พบส่วนมากจะเป็น สีเหลืองแบบเข้มๆเหมือนในรูป



    อู่ส่วนใหญ่ที่บอกว่าอู่ตนเองสามารถทำสีแห้งช้าได้ถูกกว่าที่อื่นมากมาย ส่วนใหญ่ที่เห็นอาจจะใช้สีจริงเท่านั้นที่เป็น 2K
นอกนั้นมักจะใช้เป็นแบบอื่นเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะ การโป๊วสี มักจะทำการโป๊ว โดยการใช้โป๊วกึ่งหรือแห้งเร็ว แทนโป๊วแห้งช้า
ซึ่งจะเป็นการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายของวัตถุดิบที่ใช้ ในการทำได้อย่างมากทีเดียว แต่ด้วยคุณสมบัติของสีโป๊วแบบแห้งเร็ว
อาจทำให้ชิ้นงานร่อนหรืดแตกหักได้ง่ายกว่าปกติ อ่ะครับ

   

2. ความไม่เข้ากันของสีเนื่องจากค่าการเซ็ตตัวของสีแตกต่างกันเช่นเคยทำสีแห้งเร็วมาแล้วครั้งนึง พอกลับมาทำอีกครั้งนึงจะใช้สีเป็นแบบแห้งช้า
    เมื่อทำไปโดยไม่มีการลอกสีจะมีโอกาสสูงที่จะทำให้สีแห้งช้าที่ทำมาใหม่เกิดการปูดหรือย่นของสีเมื่อมันแห้งอ่ะครับ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เกิดจาก
    เมื่อมีการพ่นสี 2K ไปอาจจะทำสี 1K เก่าเกิดการละลายได้อ่ะครับ แต่ทางกลับกัน สีเก่าเป็น 2K แล้วพ่น 1K ทับจะไม่เกิดปัญหาดั้งกล่าว
    เพราะสี 1K ที่พ่นไปใหม่ไม่สามารถทำให้สี 2K ละลายได้อ่ะครับ
    (ลองง่ายๆครับ เอาสำลีไปชุบทินเนอร์ แล้วไปถูรถที่ทำสี 2K กะ 1K ดู จะได้รู้ว่ามันทนกว่ากันยังไง)

ฉนั้นความจำเป็นในการลอกสี ส่วนใหญ่จะพิจรณาเกี่ยวกับการทำสีของรถเราในครั้งก่อนๆเป็นหลัก นะครับ
ส่วนรถใครที่ยังเป็นสีเดิมๆที่มาจากโรงงานไม่จำเป็นก็ไม่ต้องไปลอกสีมัน
เพราะมันเป็นสีที่ดีที่สุดสำหรับรถที่มีอยู่แล้ว (เป็นสีชนิดที่เรียกกันว่า  OEM น่ะครับ)
(แล้วจะลอกกันไปทำไมล่ะเนี้ย !) ส่วนรถผมลอกสีโรงงานไปหมดแล้วเนื่องจากไปเจอผู้รู้ เมื่อสายไป เป็น หน. ช่างสีของโตโยต้าน่ะครับ(เซ็งมั่กๆ)
และการลอกสีใช่ว่าจะดีเสมอไป เนื่องจากถ้ามีการลอกสีเกิดขึ้น แล้วช่างไม่ใส่ใจเท่าที่ควรอาจทำให้เกิดการร่อนของสีได้นะครับ
เพราะในการลอกสีจะมีอยู่ 2 วิธีด้วยกันที่เห็นอยู่บ่อยๆ คือการใช้ไฟ และใช้น้ำยาลอก
การใช้ไฟเนี้ยไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไร เพียงแต่ พอลอกเสร็จแล้วให้รีบทำคามสะอาดชิ้นงานแล้วนำไปทากันสนิม ก็เรียบร้อยแล้ว
แต่ถ้าทำไม่ดี สนิมก็เกิดครับ แต่กว่าจะรู้ก็อีก ปีสองปีอ่ะครับ มันจะปูดและร่อนให้เห็น
ส่วนลอกด้วยน้ำยาถ้าทำความสะอาจไม่ดี แล้วยังมีคราบน้ำยาติดอยู่ คิดดูเอาเองครับว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างกะรถอ่ะครับ


ปล.เรื่องข้อมูลการลอกสีจะอยู่ในข้อความที่ 14 ของกระทู้นี้อีกทีนะครับ
แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 13, 2010, 08:57:10 am โดย E20ZEI บันทึกการเข้า

tHe InSpEcToR
検査官コロナクラブタイ
แฟนพันธุ์แท้ โคโรน่า
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,661


body who - body it นะเฟี้ยว ววว เงาะ


เว็บไซต์
ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2009, 07:26:36 am �

โอ้ว .... แจ่ม ละ เนียน มั๊ก มั๊ก Grin

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ Cool
บันทึกการเข้า

カリーナ171
โลกนี้มีคน2 แบบ 1 ทำดีแล้วโดนด่า 2. ไม่ทำห่าแล้วมาด่าคน
ชิบหายยานยนต์กลการ ในเครือ อู่บันลัยการช่าง

month11
มือใหม่หัดโพส
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 35



ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2009, 02:03:47 pm �

รบกวนครับ...ผมใช้ 171 อยู่ครับ...อยากทำสีตามแบบที่ คุณ ทำมานี่ต้องใช้งบประมาณทั้งหมดเท่าไหร่ครับผม.....ขอชื่อและเบอร์โทรอู่สี..ที่คุณไปทำมาด้วยน่ะครับ
                                                                                                      ขอบคุณมากครับ.....
บันทึกการเข้า
E20ZEI
เขาเรียกข้าว่า... คนขายเต็ก !
CoRoNa CLUB MemBeR
พ้นรันอิน
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 441


ล่อเป้า....เต็มๆ !!.....


เว็บไซต์
ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2009, 07:34:27 pm �

รบกวนครับ...ผมใช้ 171 อยู่ครับ...อยากทำสีตามแบบที่ คุณ ทำมานี่ต้องใช้งบประมาณทั้งหมดเท่าไหร่ครับผม.....ขอชื่อและเบอร์โทรอู่สี..ที่คุณไปทำมาด้วยน่ะครับ
                                                                                                      ขอบคุณมากครับ.....

คือเคสของผมที่ทำสีไป ไม่ได้เสียตังค์ ซักบาทเลยครับ พอดีสมัยนู่น ตอนที่ซื้อรถมาใหม่ๆ มันมีประกันชั้น 1 แถมมาด้วยเลย เคลมมันรอบคันเลยอ่ะครับ
ส่วนเรื่องการทำภายใน+ห้องเครื่องที่เพิ่มเติม ก็ใช้กำลังภายในของหน้าที่การทำงานสมัยก่อนเลยฟรีเหมือนกันอ่ะครับ สรุปงานนี้ ฟรียันรถออก เลยอ่ะครับ
ส่วนอู่ที่ผมไปทำมา จริงๆแล้วงานของเขาที่ออกมา มันก็ไมค่อยดีเท่าไร่หรอกครับ(ช่างไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่อ่ะครับ) แต่เหตุที่ไปทำก็เพราะ อู่นี้รับงานประกัน
ของบ.ที่ผมถือใบเคลมอยู่อ่ะครับ จึงจำใจต้องเข้าไปทำน่ะครับ แล้วจำเป็นต้องยืมของรถอู่นี้มาใช้ด้วย ไปอู่อื่นมันไม่มีให้ยืมอ่ะครับ
แต่ถ้าจะให้แนะนำ จริงๆ ผมแนะนำที่อู่ธนพรอยู่ที่ถนน สายไหม ซ.ระหว่าง 49กับ51 อ่ะครับ อีกที่นึ่งอยู่ที่ หลังสนง.เขตหลักสี่ ชื่อ อู่ วิวการาจ อ่ะครับ
2 อู่นี้ ใช้สี 2K เต็มระบบ มีห้องพ่นและอบสีพร้อม เหมือนกันอ่ะครับ งานสีผมส่วนใหญ่จะมาทำที่นี้มากกว่า อ่ะครับ ช่างใส่ใจ และงานออกมาดีจริงๆอ่ะครับ
เรื่องค่าแรงทั้งหมดเช็คให้แล้วนะครับ........ค่าใช้จ่ายอยู่ ประมาณ 40,000 บาทนะครับ สำหรับการทำสีช้าแบบ Full Option เหมือนของรถผมครับ
แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 09, 2009, 09:24:45 am โดย E20ZEI บันทึกการเข้า

Pond
CoRoNa CLUB MemBeR
พ้นรันอิน
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 325


089-4596776


ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2009, 08:37:43 pm �

แจ่มๆ อิจฉาจัง ว่างๆเปลี่ยนสีมั่งดีกว่า Grin Grin
บันทึกการเข้า
jeecorona
รถเก๊าเก่า (เมื่อก่อนนู๊นน่ะ) ....คน ฒ.ขับ...(ตอนนี้เริ่มซิ่ง...แย๊ว)
CoRoNa Thailand Member
ขาประจำ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 946


CORONA เท่านั้น...จึงจะคุ้มค่ากับการลงทุน....


เว็บไซต์
ตอบ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2009, 09:08:46 pm �

ขอบคุณสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องทำสีรถยนต์อีกครั้ง คุณตั้ม อู่วิว การาจ จะอยู่หลังเขตหลักสี่ เป็น ถ.แจ้งวัฒนะ ซ.10 นะครับ
ที่นี้เนียนจริงๆใช้สีแห้งช้าเต็มระบบ ยี่ห้อ สแตนด๊อกซ์ ครับ เบอร์ 02-982-0537
(ขอยืมข้อมูลอ้างอิงจากคุณตั้มที่ให้รายละเอียดมาครับ)Smiley Smiley
บันทึกการเข้า

We love "CORONA" But I love"CORONA"too.Because it my first car.
golf2428 Unloveable
If you can't pay Don't play
CoRoNa Thailand Member
ไก่ย่าง 5 ดาว
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,111


.....


เว็บไซต์
ตอบ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2009, 10:57:35 pm �

ความรู้ดีๆ ติดหมุดด้วยก้อดีนะครับ  Grin Grin Grin
บันทึกการเข้า

ที่บ้านหลังนี้ในทุกทุกมุมมีความรัก     มีความทรงจำอยู่ในทุกมุมของหัวใจ

ที่บ้านหลังนี้มีความอบอุ่นอยู่ข้างใน    แม้ข้างนอกจะเป็นอย่างไรก็ไม่กลัว
E20ZEI
เขาเรียกข้าว่า... คนขายเต็ก !
CoRoNa CLUB MemBeR
พ้นรันอิน
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 441


ล่อเป้า....เต็มๆ !!.....


เว็บไซต์
ตอบ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2009, 01:01:37 am �

ประเภทของสีพ่นรถยนต์
โดยทั่วไปเราแบ่งสีพ่นรถยนต์ออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

1. สี OEM :
   คือสีที่ใช้ในโรงงานประกอบรถยนต์ สีชนิดนี้มีเพียงองค์ประกอบเดียว ในการใช้งานอาจนำมาผสมกับตัวทำละลายเพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น สีชนิดนี้จะแห้งตัวโดยการการอบที่อุณหภูมิสูงประมาณ 120-160 องศา oC จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "สีอบ" (High Bake Paint) หลังจากสีแห้งตัวแล้ว จะมีฟิล์มสีที่มีคุณภาพดีมาก ความแข็งแรงของชั้นฟิล์มสีสูง  มีความทนทานต่อตัวทำละลายเช่นทินเนอร์ หรือน้ำมันเบนซิน / ดีเซลได้ดีมาก และทนทานต่อสารเคมีต่างๆ เช่นน้ำมันเบรกได้ดี นอกจากนี้ยังมีการยึดเกาะที่ดีเยี่ยม ให้ความเงาที่ดี มีเนื้อสีมาก รวมทั้งสามารถทนทานต่อแสงแดดได้ดี จึงไม่ซีดจางง่าย มีความคงทนสูงและคงสภาพเดิมได้นานมาก

2. สี 1K :
คือสีระบบ 1 องค์ประกอบ (1 Komponent) คือประกอบด้วยส่วนของตัวสีเพียงอย่างเดียว ในการใช้งานอาจนำมาผสมกับตัวทำละลาย เช่นทินเนอร์เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น แต่ตัวทำละลายที่นำมาผสมนี้ จะไม่นับเป็นองค์ประกอบ เนื่องจากตัวทำละลายจะระเหยตัวออกไปจนหมดหลังการใช้งาน เหลือเพียงฟิล์มสีที่แห้งตัวแล้วเท่านั้น
โดยทั่วไปแล้ว เราจะเข้าใจว่าสี 1K หมายถึง "สีแห้งเร็ว" ซึ่งไม่ถูกต้องนัก เนื่องจากสี 1K มีด้วยกันหลายชนิด ได้แก่
    สี 1K ซินเทติกอีนาเมล หรือสีน้ำมัน เป็นสี 1K แบบแห้งตัวช้า ซึ่งแห้งตัวโดยการทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ (Oxidation)
    สี 1K ไนโตรเซลลูโลส เป็นสี 1K แบบแห้งตัวเร็ว   ซึ่งแห้งตัวโดยการระเหยตัวของตัวทำละลาย เช่นทินเนอร์ (Physical Drying)
    สี 1K อะคริลิค เป็นสี 1K แบบแห้งตัวเร็ว ซึ่งแห้งตัวโดยการระเหยตัวของตัวทำละลาย เช่นทินเนอร์ (Physical Drying)

3. สี 2K :
คือสีระบบ 2 องค์ประกอบ (2 Komponent) คือประกอบด้วยส่วนของตัวสี ซึ่งคือองค์ประกอบที่ 1 และตัวเร่งปฏิกิริยา (Hardener หรือ Activator) ซึ่งคือองค์ประกอบที่ 2 โดยก่อนใช้งานต้องนำทั้ง 2 องค์ประกอบมาผสมกันตามอัตราส่วน เพื่อให้เกิดการทำปฏิกิริยาทางเคมี ซึ่งจะทำให้สีเกิดการแห้งตัว (Chemical Drying)
สี 2K ที่ใช้ในงานสีรถยนต์ จะมี 2 ชนิดหลักด้วยกัน คือสี 2K แบบ "อีพ็อกซี่"  และสี 2K แบบ "โพลียูรีเทน" (หรือผสมกับอะครีลิค) สำหรับตัวเร่งปฏิกิริยาที่ใช้ จะเป็นสารประเภท ไอโซไซยาเนท (Isocyanate) ซึ่งจะทำให้สีเกิดการแห้งตัวภายหลังผสมตามอัตราส่วนที่บริษัทผู้ผลิตกำหนด สี 2K หลังจากแห้งตัวแล้ว จะมีคุณสมบัติในด้านความแข็งแรงของชั้นฟิล์มสีสูง  มีความทนทานต่อตัวทำละลายเช่นทินเนอร์ หรือน้ำมันเบนซิน / ดีเซลได้ดีมาก และทนทานต่อสารเคมีต่างๆ เช่นน้ำมันเบรกได้ดี นอกจากนี้ยังมีการยึดเกาะที่ดีเยี่ยม ให้ความเงางามสูง มีเนื้อสีมาก รวมทั้งสามารถทนทานต่อแสงแดดได้ดี จึงไม่ซีดจางง่าย มีความคงทนสูงและคงสภาพเดิมได้นานมาก กล่าวคือมีคุณสมบัติที่เทียบเคียงได้กับสี OEM
>>>> โดยทั่วไป เราจะเรียกสี 2K ว่า "สีแห้งช้า" ซึ่งก็ไม่ถูกต้องทั้งหมด เนื่องจากสี 2K ในปัจจุบันนี้ ได้ถูกพัฒนาให้สามารถแห้งตัวได้เร็วขึ้นมาก โดยที่คุณสมบัติยังดีเหมือนเดิม !!! <<<<
   
สำหรับการพ่นซ่อมสีรถยนต์ในอู่ หรือศูนย์ซ่อมสีทั่วไปนั้น จะเลือกใช้สีได้แค่ 2 แบบ คือสี 1K หรือสี 2K เท่านั้น ไม่สามารถนำสี OEM มาใช้ได้ เนื่องจากสี OEM จะต้องอบที่อุณหภูมิสูงมาก ซึ่งอู่หรือศูนย์ไม่สามารถทำได้ ในปัจจุบันนี้อู่หรือศูนย์ซ่อมสีชั้นนำจะหันมาใช้สีระบบ 2K เนื่องจากมีคุณภาพโดยรวมที่ดีกว่าสี 1K มาก

•   เหตุผลที่ทำให้สี 2K มีคุณสมบัติดีกว่าสี 1 K
การแห้งตัวของสีถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่ส่งผลถึงคุณภาพโดยรวมของสี ซึ่งการแห้งตัวที่เกิดจากการทำปฏิกิริยาระหว่างองค์ประกอบ 2 ส่วน ซึ่งส่วนหนึ่งอยู่ในเรซิ่น (RESIN) ของสี และอีกส่วนอยู่ในตัวเร่งหรือฮาร์ดเดนเนอร์  (HARDENER) นั้น ถือว่าเป็นการแห้งตัวที่ทำให้ได้ฟิล์มที่แห้งสมบูรณ์ ฟิล์มสีจึงค่อนข้างแข็งแกร่งและมีคุณสมบัติในด้านอื่นๆ ดีมาก ดังนี้
1.   Durability – ความทนทาน รถยนต์ที่ซ่อมสีโดยใช้ระบบสี 2K จะคงสภาพเดิมและมีระยะเวลาคงสภาพเดิมได้ไม่ต่ำกว่า 3-5 ปี ส่วน 1K จะอยู่ได้ราวๆประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี
2.   Weather resistance – ความคงทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศ
3.   Chemical resistance – สามารถทนทานต่อสารเคมีต่างๆ ได้ดี เช่น ทินเนอร์ น้ำมันเบรก
4.   Color retention – สามารถคงสภาพสีเดิม ไม่ซีดจางจากเดิมง่าย
5.   Gloss – มีความเงางามสูง
6.   ให้คุณสมบัติเหมือนสีรถที่ออกจากโรงงานประกอบรถยนต์ O.E.M ( Original Equipment Manufacturing )


คุณสมบัติที่กล่าวมาในเบื้องต้นนั้น ขึ้นอยู่กับกระบวนการทำงานที่ถูกต้องตามที่บริษัทผู้ผลิตสีเป็นผู้กำหนดและ อู่รถที่จะใช้งานระบบสี 2K ควรจะเป็นอู่ที่มีมาตรฐาน และมีอุปกรณ์ในการทำงานที่ทันสมัยเหมาะที่จะใช้สี 2K เช่น ห้องพ่นสี ระบบถังปั้มลม กาพ่นสี รวมถึงช่างสีที่มีประสบการณ์ พร้อมทั้งเคยได้รับคำแนะนำและการอบรมจากบริษัทผู้ผลิต

•   ส่วนประกอบหลักของระบบสี 2K
สี 2K มีส่วนประกอบที่สำคัญอยู่ 2 ส่วน คือ

1.   ส่วนที่เป็นเนื้อสี
จะเกิดมาจากส่วนผสมหลัก 4 ส่วน ซึ่งรวมกันเป็นเนื้อเดียวและอยู่ในกระป๋องเดียวกันแล้ว คือ
a.   กาวหรือเรซิ่น (RESIN) หรืออาจเรียกว่า BINDER หรือ FILM FORMER ทำหน้าที่เป็นตัวยึดเกาะของส่วนประกอบอื่นๆ  ของสี  เมื่อสีแห้งแล้ว เรซิ่นจะเกาะตัวเข้าด้วยกันเกิดเป็นเนื้อฟิล์มขึ้น ซึ่งเรซิ่นที่ใช้ในสีประเภทนี้คือ โพลียูรีเทน ที่มีคุณสมบัติเด่นหลายอย่าง เช่น ความเงา  ความแข็ง  การยึดเกาะ  การทนต่อสารเคมี  ทนต่อความชื้น  เป็นต้น
b.   ผงสี  (PIGMENT)  เป็นสารที่ทำหน้าที่ในการปกปิดพื้นผิว  และทำให้เกิดสีสันต่างๆ เช่นดำ แดง เหลือง เขียว หรืออาจใช้กันสนิมได้อีกด้วย แต่ในกรณีที่เป็นเคลียร์ที่ใช้เคลือบเงา จะไม่มีผงสีผสมอยู่
c.   ตัวทำละลาย  (SOLVENT)  ทำหน้าที่ในการช่วยให้ผงสีและเรซิ่น กระจายตัวเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน  ทั้งยังทำหน้าที่ในการเจือจางหรือปรับความข้นเหลวของสีให้เหมาะสมสำหรับการใช้งาน ด้วย
d.   สารปรับแต่ง  (ADDITIVE)  เป็นส่วนประกอบที่หน้าที่เพิ่มคุณสมบัติหรือลดข้อด้อยบางอย่างของสี  เช่น ช่วยให้ฟิล์มเรียบขึ้น  ช่วยป้องกันแสงอุลตร้าไวโอเลตจากแสงอาทิตย์  ช่วยป้องกันการแยกตัวของผงสีและเรซิ่น  ป้องกันการตกตะกอน เป็นต้น

2.   ส่วนที่เป็นตัวเร่งที่ทำให้สีแข็งตัว (Hardener หรือ  Activator)
ส่วนนี้จะแยกออกจากส่วนแรกโดยเด็ดขาด เมื่อจะนำสีไปใช้งานจึงค่อยผสมส่วนนี้ลงไป และน้ำยานี้ก็เป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ เนื่องจากถ้าไม่ใส่น้ำยานี้เข้าไปในสีและนำสีไปใช้ สีจะไม่แห้งแข็งเป็นฟิล์ม ซึ่งน้ำยานี้ส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของไอโซไซยาเนท (Isocyanate)

•   สี 2K ที่ดีเป็นอย่างไร ?
   จากที่ทราบกันเป็นอย่างดีแล้วว่า สี 2K นั้น มีคุณภาพดีกว่าสี 1K อย่างเทียบกันไม่ติดในหลายๆด้าน จึงเป็นผลให้อู่ซ่อมสีชั้นนำในปัจจุบันนี้ หันมาใช้สี 2K กันแทบทั้งสิ้น แต่อย่างไรก็ตาม สี 2K ในท้องตลาดเองก็มีหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งแน่นอนว่าคุณภาพย่อมแตกต่างกันออกไป เราจึงควรทราบว่าสี 2K ที่ดีนั้น แตกต่างจากสี 2K ทั่วๆไปอย่างไร

1. วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต (Raw Materials)
จากที่ทราบแล้วว่า สี 2K มีส่วนประกอบหลักหลายส่วนด้วยกัน ซึ่งในกระบวนการผลิตสี 2K ให้มีคุณภาพดีนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการเลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพสูง เช่นการเลือกใช้เรซิ่นที่มีคุณภาพดี ส่งผลให้สี 2K นั้นๆ มีคุณสมบัติในมีความแข็งแรงของชั้นฟิล์มสีที่ดีมาก การยึดเกาะที่ดี ไม่หลุดล่อนง่าย มีความเงางามสูง และทนต่อสารเคมีต่างๆได้ดีเป็นพิเศษ ส่วนการเลือกใช้ผงสีที่มีคุณภาพดี สำหรับสีทับหน้า ก็จะทำให้สี 2K นั้นๆ มีสีสันที่สดสวย สีมีความคงทน ไม่ว่าจะเป็นสีเมทัลลิค (สีที่มีส่วนผสมของบรอนซ์ ซึ่งจะทำให้เกิดการเป็นประกายเมื่อกระทบแสง) หรือสีมุก (สีที่มีส่วนผสมของมุก ซึ่งทำให้เกิดการมองเห็นสีที่เหลือบตามมุมมอง) หรือถ้าเป็นสีรองพื้น การเลือกผงสีที่มีคุณสมบัติในการป้องกันสนิมที่ดี ก็จะทำให้เรามั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดสนิมขึ้นในภายหลังอย่างแน่นอน ส่วนสารปรับแต่งก็เป็นอีกตัวหนึ่ง ที่จะช่วยทำให้คุณสมบัติของสีดีขึ้น ถึงแม้ว่าโดยทั่วๆไป สารปรับแต่งจะมีราคาสูงมากก็ตาม การเลือกเติมสารปรับแต่งบางตัวลงไป เช่น Anti-UV จะช่วยปกป้องฟิล์มสีจากรังสียูวีของดวงอาทิตย์ ทำให้สีมีความเงางามและสีสันที่สดสวย ไม่ซีดไม่จางง่ายตลอดอายุการใช้งาน

2. กระบวนการผลิต (Process)
   นอกจากการเลือกใช้วัตถุดิบในการผลิตที่มีคุณภาพดีแล้ว กระบวนการผลิตก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ที่ส่งผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิตที่ดีนั้น จะหมายถึงการใช้เครื่องจักรและเทคโนโลยีในการผลิตที่ทันสมัย ผู้ปฏิบัติงานที่มีทักษะสูง รวมถึงระบบการควบคุมคุณภาพที่ดี เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดี และมีความคงที่ของผลิตภัณฑ์


•   สี 2K ดูปองท์ (DuPont)
   เป็นสี 2K ชั้นนำในวงการสีพ่นรถยนต์ จากประเทศสหรัฐ อเมริกา โดยเลือกใช้วัตถุดิบในการผลิตที่ดี ผ่านกระบวนการผลิตที่มีมาตรฐานสูงสุด และการควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอน จึงส่งผลให้สี ดูปองท์ เป็นสีพ่นรถยนต์ที่มีคุณภาพดีเยี่ยม และเป็นที่นิยมอย่างสูง จนส่งผลให้สี ดูปองท์ ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากศูนย์ซ่อมสีชั้นนำทั่วโลก
   นอกจากนี้ ดูปองท์ ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของสภาพแวดล้อม เนื่องจากสารระเหยที่เกิดจากกระบวนการพ่นสีนั้น สามารถทำลายชั้นโอโซนในบรรยากาศ ทำให้สภาพบรรยากาศของโลกเกิดการเสียหายได้ ดูปองท์ จึงพยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีปริมาณสารระเหยต่ำ (Low Emission; LE) และ สีสูตรผสมน้ำ (Waterborne Paint) ซึ่งเป็นสีที่มีปริมาณสารระเหยต่ำมาก จึงช่วยรักษาสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างดี

•   ประโยชน์/จุดเด่นของสีระบบ 2K DUPONT
สีรองพื้นระบบ 2K (PRIMER/SURFACER)
    ให้การยึดเกาะที่ดีเยี่ยม สีจึงติดแน่นกับตัวถังรถและสีที่ทับหน้า ไม่เกิดปัญหาสีพองหรือล่อนได้ง่าย
    ให้การกลบรอยที่ดี จึงลดปัญหาเรื่องรอยเส้นกระดาษทราย รวมทั้งรอยตำหนิต่างๆ ของพื้นผิว
    ให้การปกปิดพื้นผิวที่ดี จึงช่วยลดจำนวนการพ่นให้น้อยเที่ยวลง
    ให้ความหนาแน่นของฟิล์มสูง ทำให้มีการดูดซึมน้อยจึงลดปัญหาเรื่องสีซึม รวมทั้งยังช่วยป้องกัน 
     การแทรกซึมของน้ำได้ดี จึงช่วยป้องกันสนิมไปในตัว
    มีปริมาณสารระเหยต่ำ ลดปริมาณสารระเหยที่จะทำลายสภาพแวดล้อมของโลก

เล็คเกอร์ / สีทับหน้า / เคลียร์ระบบ 2K (TOPCOAT / CLEAR COAT)
    ให้ความทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศได้ดี จึงมีอายุการใช้งานยาวนาน
    ทนต่อรังสียูวีจากแสงแดด จึงไม่เกิดปัญหาฟิล์มสีเสื่อมสภาพได้ง่าย
    ให้การยึดเกาะดี จึงไม่เกิดปัญหาเรื่องฟิล์มสีพองหรือหลุดล่อน
    มีความเงางามสูงและคงสภาพได้นาน จึงดูใหม่อยู่เสมอ
    ทนสารเคมีและตัวทำลายได้ดีมาก จึงไม่เกิดปัญหาแม้ใช้งานสภาพแวดล้อมที่มลภาวะสูง
    มีปริมาณสารระเหยต่ำ ลดปริมาณสารระเหยที่จะทำลายสภาพแวดล้อมของโลก

ข้อมูลอันนี้ที่หามาให้ ดูแล้ว จะยกย่อง สีของ DUPONT ไปหน่อยนะครับ สงสัยเป็นบทความของ DUPONT มั้ง
ตามความจริง สียี่ห้อนี้  จริงๆก็จัดอยู่ ในเกรด A แต่ถ้าเป็น นกแก้ว หรือ สแตนด็อกซ์ จะจัดอยู่ในเกรด A+ อ่ะครับ
ทั้งนี้ทั้งนั้น คุณสมบัติของสีแห้งช้า ก็จะมีคุณสมบัติ ประมาณนี้เหมือนๆกันเกือบทั้งหมดนั้นแหละครับ
ส่วนสี ตราผึ้ง ตราพัดที่อู่ทั่วไปนิยมใช้กัน แล้วบอกว่าเป็น 2 K  แต่เท่าที่ผมรู้มา เห็นเขาเรียกสีชนิดกันว่า สีกึ่งแห้งช้า (ประมาณว่า 1.5 K น่ะครับ)
คุณสมบัติมันจะครึ่งๆกลางๆระหว่างแห้งช้ากะแห้งเร็วนะครับ และจะมี ค่าตัวถูกกว่า สีแห้งช้า โดยที่คุณภาพ จะดีกว่าสีแห้งเร็ว
(สียี้ห้อนี้ ตอนผมไปดูงาน เห็นศูนย์ Honda แทบทุกศูนย์เลยเขาใช้กัน ที่สำคํญใช้โป๊วแดงด้วย ผมเห็นแล้วก็งงๆ อ่ะครับ)
รถราคาตั้งแพง แต่ใช้สี ยังอู่กะเพิงหมาแหงน แล้วเก็บราคา แพงเหมือนยังกับ ใช้ 2K เต็มระบบเลย  สรุปใครใช้ Honda แล้วไปสีซ่อมที่ศูนย์
จะรู้สึกได้เลยว่าคุ้มอย่างแรงเลยครับ.... แต่ตอนนี้ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันนะครับว่าเขาเลิกใช้สีชนิดนี้มาพ่นให้กับลูกค้าแล้วหรือยัง น่ะครับ
ส่วนใครที่ใช้ Toyota สบายใจได้ เนื่องจากถ้านำรถเข้าซ่อมสีที่ศูนย์ ส่วนใหญ่สีที่ใช้ จะใช้ DUPONT พ่นให้เป็นอย่างต่ำอ่ะครับ


แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 10, 2009, 12:39:22 pm โดย E20ZEI บันทึกการเข้า

หน้า: [1] 2 3 4   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.7 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!